โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดผ่องพลอยวิริยาราม
โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดผ่องพลอยวิริยาราม
229 วัดผ่องพลองวิริยาราม ซอยลาซาล46 ถนนสุขุมวิท105 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
เบอร์โทรศัพท์ 027486832
Email : pongploy2550@yahoo.com
| ประวัติโรงเรียน | |||
|
วัดผ่องพลอยวิริยาราม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยมีพระเดชพระคุณ พระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เจ้าอาวาส วัดธรรมมงคล รูปปัจจุบันเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น เดิมทีคนมักเรียกชื่อวัดนี้ว่า "วัดลาซาล" เพราะอยู่ในซอยลาซาลซึ่งล้อมรอบไปด้วยทุ่งนาของชาวบ้าน ซึ่งมีอาชีพทำนา เป็นส่วนใหญ่
ปัจจุบันมี พระครูปภัสสราธิคุณเป็นเจ้าอาวาส ปี พ.ศ. ๒๕๑๒ พระเดชพระคุณ พระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ได้ก่อตั้งวิทยาลัยสงฆ์กำแพงแสนขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้พระภิกษุสามเณร ได้ศึกษาเล่าเรียน โดยได้เปิดทำการสอนการศึกษาผู้ใหญ่ในระดับ เทียบเท่า ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗ และ ระดับ ๔ เทียบเท่า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ซึ่งใช้เวลาเรียนระดับชั้นละปีครึ่ง ณ อำเภอกำแพงแสน โดยมี วัดธรรมมงคล กรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์กลางของวิทยาลัยสงฆ์กำแพงแสน และในปี พ.ศ. ๒๕๑๔ จึงเปิดการเรียนการสอนขึ้นที่ วัดผ่องพลอยวิริยาราม เป็นอีกหนึ่งสาขา
- ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ พระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร) เดินทางจากอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เข้ามาจำพรรษาที่วัดผ่องพลอยวิริยาราม โดยมาปักกลดอยู่ข้างศาลาการเปรียญ ซึ่งเป็นสถานที่ทิ้งขยะของพระภิกษุสามเณรภายในวัด และได้พิจารณาดูสถานที่ทิ้งขยะซึ่งเป็นทั้งหนองน้ำลึกพอสมควร ว่าสถานที่แห่งนี้น่าจะเกิดประโยชน์อันสูงสุดแก่เด็กที่มีปัญหาทางครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้างกัน หรือจากครอบครัวที่ยากจน หรือพ่อแม่ได้ตายจากไปหมด จึงได้ขออนุญาตท่านเจ้าอาวาสสร้างเป็นกุฏิหลังเล็ก ๆ ก่อนเป็นอันดับแรก โดยรับสามเณรประมาณ ๑๐ รูป ที่มีปัญหาดังกล่าวมาอนุเคราะห์ทั้งทางด้านความเป็นอยู่ อบรมด้านจริยธรรมและที่สำคัญคือการศึกษา
ในปีพ.ศ. ๒๕๓๗ พระเดชพระคุณ พระธรรมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ได้ทำการยกเลิกโรงเรียนการศึกษาผู้ใหญ่วัดธรรมมงคล วัดผ่องพลอยวิริยารามซึ่งเป็นสาขาก็ถูกยกเลิกตามไปด้วยโดยปริยาย เมื่อวัดธรรมมงคลได้ขอจัดตั้งเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย ขึ้นมาแทนการศึกษาผู้ใหญ่ วัดผ่องพลอยวิริยารามก็ได้ถือว่าเป็นห้องเรียนของโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดธรรมมงคล โดยมีพระธรรมทัศน์ จิตฺตวโร เป็นผู้บริหาร และมีพระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร)
เป็นพระอาจารย์ผู้ทำการสอน มีสามเณรนักเรียนศึกษาอยู่ ๑๕ รูป ต่อมาเนื่องจากสามเณรนักเรียนมีจำนวนน้อยลง พระธรรมทัศน์ จิตฺตวโร จึงดำริคิดจะยุบโรงเรียน แต่พระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร)กลับมีความคิดว่าน่าจะคงดำเนินการต่อไปได้เพื่อผลประโยชน์ที่จะเกิดกับสามเณรนักเรียน จึงอาสาดูแลสานต่องานด้านการศึกษา และได้ย้ายโรงเรียนปริยัติธรรมฯจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนมาอยู่อาคารกุฏิสามัคคีธรรม (ญาณสาคโรอนุสรณ์) โดยปรับปรุงอาคารชั้นล่างเป็นห้องเรียนห้องทำงานของคณะครูอาจารย์ ชั้นที่ ๒-๓ เป็นที่พักอาศัยสามเณรเหมือนโรงเรียนประจำทั่วไป ซึ่งขณะนั้นพระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร) ได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดธรรมมงคลสาขาวัดผ่องพลอยวิริยาราม
พระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร) จึงเปิดรับสมัครเยาวชนจากต่างจังหวัดที่กำพร้า ยากจนด้อยโอกาส ทางการศึกษา มาทำการบรรพชา เป็นสามเณรและให้การศึกษาเล่าเรียนฟรีทุกอย่าง ต่อมามีเยาวชนมาสมัครบรรพชาเป็นสามเณรนักเรียนเพิ่มมากขึ้นทุกปี จึงทำให้การบริหารจัดการไม่คล่องตัว ทำให้ไม่สามารถพัฒนาสามเณรนักเรียนให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลเท่าที่ควรจะเป็น พระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร) จึงคิดว่าน่าจะแยกโรงเรียนออกจากวัดธรรมมงคลมาตั้งเป็นเอกเทศเพื่อง่ายในเรื่องการระดมบุคลากรจากหลากหลายอาชีพเข้ามาช่วยงานการบริหารจัดการภายในโรงเรียนให้มีคุณภาพยิ่ง ๆ ขึ้นไป
ประวัติความเป็นมาของพระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร)
- ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ จำนวนสามเณรเพิ่มมากขึ้นท่านพระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร) ได้ปรารภกับสามเณรในเรื่องการก่อสร้างสถานศึกษา ได้ข้อสรุปว่าจะต้องมีการดำเนินการก่อตั้งสถานศึกษาขึ้น จึงได้ทำการรื้อถอนกุฏิหลังเก่าออก และทำการก่อสร้างเป็นกุฏิหลังใหญ่เพื่อรองรับสามเณร ได้อาศัยกำลังแรงงานของสามเณรในการก่อสร้างโดยไม่ต้องจ้างแรงงานจากที่อื่น จ้างเฉพาะผู้ควบคุมดูแลในการก่อสร้าง จนกระทั่งกุฎิหลังใหญ่เสร็จสมบูรณ์ และได้เปิดทำการเรียนการสอนภายในกุฏิ แบ่งเป็นห้องเรียนหนึ่งห้อง โดยเป็นสาขาของโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดธรรมมงคล เปิดรับสมัครเยาวชน จากต่างจังหวัดที่กำพร้า ยากจนด้อยโอกาสทางการศึกษา มาทำการบรรพชา เป็นสามเณรและให้การศึกษาเล่าเรียนฟรีทุกอย่าง
จากนั้นมีเยาวชนมาสมัครบวชเรียนเพิ่มมากขึ้นทุกปี จึงทำให้การบริหารจัดการไม่คล่องตัวและมีผลทำให้ไม่สามารถพัฒนาเยาวชนให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลเท่าที่ควร
-ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ สามเณรเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน ๙๐ รูป พระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร) จึงเห็นสมควรว่าควรยกระดับโรงเรียนเป็นเอกเทศโดยออกจากการเป็นสาขาของโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดธรรมมงคล เป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดผ่องพลอยวิริยาราม เพื่อสะดวกในการบริหารจัดการในการพัฒนาสามเณรนักเรียนได้เต็มที่ จึงได้ปรึกษากับ นายเดชา เดชนที และคณะศรัทธาญาติโยมผู้ให้ความอุปถัมภ์พร้อมด้วยครูอาจารย์ทุกท่านก็มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันและคณะกรรมการทุกท่าน มีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกันในการจัดดำเนินการ
ดังนั้น พระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร) จึงทำหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขออนุญาตจัดตั้ง โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดผ่องพลอยวิริยารามขึ้น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็น โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดผ่องพลอยวิริยาราม แผนกสามัญศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
โดยมีพระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร) เป็นผู้จัดการโรงเรียน พระวิทยา ชยวุฑฺโฒ เป็นอาจารย์ใหญ่ นายเดชา เดชนที เป็นประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
- ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ มีเด็กมาสมัครบรรพชา จำนวน ๗๐ คน รวมทั้งสามเณรเก่าซึ่งศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น๑๐๕ รูป และสามเณรชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ๒๐ รูป รวมทั้งหมดมีสามเณร ๑๙๕ รูป ทำให้อาคารที่พักอาศัยแออัดไม่พอเพียง ห้องเรียน ห้องปฏิบัติงานต่าง ๆ เกี่ยวกับการเรียนการสอนไม่เพียงพอ ท่านพระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร) จึงได้ปรึกษากับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะกรรมการมีมติเห็นพ้องต้องกันว่าควรทำการก่อสร้างอาคารเรียน เพิ่มเป็นหลังที่สอง เพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ที่เรียน ของภิกษุสามเณร และเพื่อรองรับการเปิดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ และเป็นการปูพื้นฐานไปสู่การเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
พระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร) จึงทำแผนงานการศึกษาขึ้นมาชื่อว่า “การส่งเสริมพัฒนาการการศึกษาของพระภิกษุสามเณร ” ภายใต้โครงการการก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดผ่องพลอยวิริยาราม ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยมีผู้รับผิดชอบโครงการคือ พระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร)คณะกรรมการที่ปรึกษาและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในขณะนั้น จึงทำให้อาคารเรียนหลังที่สองสำเร็จในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้รองรับพระภิกษุสามเณรเพิ่มขึ้นตามวัตถุประสงค์
แต่เนื่องจากจำนวนภิกษุสามเณรยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มว่าจำนวนภิกษุสามเณรยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงต้องมีการสร้างอาคารเรียนหลังที่สาม พระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร) มีดำริกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้น และคณะกรรมการที่ปรึกษาในขณะนั้น ทุกท่านก็มีมติไปในทางเดียวกัน คือจำเป็นต้องสร้างอาคารเรียนหลังที่สาม ดร.สมหมาย เตชะศิรินุกุล ซึ่งเป็นกรรมการที่ปรึกษาจึงอาสารับผิดชอบเรื่องออกแบบ และประเมินราคาในการก่อสร้าง ดร.สมหมาย เตชะศิรินุกุล นำเรื่องไปปรึกษานายธงชัย นายวิจิตร ศิลาวิเศษฤทธิ์ กรรมการสภาสถาปนิก ในการออกแบบและประเมินก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่โรงเรียนพระปริยัติธรรมวัดผ่องพลอยวิริยาราม โดยผ่านเรื่องเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการสถานศึกษาในขณะนั้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วย พระครูวิริยานุวัตร (ถนอมศิลป์ ญาณสาคโร) จึงนำเรื่องขึ้นถวายเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีวัดผ่องพลอยวิริยาราม โดยมีพระเดชพระคุณพระธรรมปาโมกข์ เจ้าคณะเขตดุสิต (ธรรมยุต) เป็นประธาน (ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งที่ พระเดชพระคุณพระเทพโมลี)
พระเดชพระคุณพระธรรมปาโมกข์ ได้อนุญาตให้ทำการก่อสร้างและแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายจัดหาทุนทรัพย์ในการก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่
|


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น